เทศน์เช้า วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๐
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม สัจธรรม เห็นไหม เวลาเราเกิดมา เราเกิดมาเราเป็นญาติกันโดยธรรม เรามีความเสมอภาคกันโดยธรรมนะ เราต้องขอบคุณโลกนี้ ขอบคุณพ่อแม่ เพราะพ่อแม่ให้ชีวิตนี้มาไง
สิ่งที่มีคุณค่า มีค่าคือสิ่งที่มีชีวิตนี้ เพราะสิ่งที่มีชีวิตเกิดมาแล้ว เกิดมาเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาสอนถึง เห็นไหม พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระธรรม พระธรรมสำคัญมาก เพราะพระธรรมนี้กระจายได้ไปทั่ว พระธรรมตั้งแต่อนุปุพพิกถา ตั้งแต่ทาน ตั้งแต่ศีล ตั้งแต่ภาวนา สัจธรรม สัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีคุณค่ามาก มีคุณค่ามาก เราเกิดมาเราเป็นญาติกันโดยธรรม มีปากมีท้องเหมือนกัน แล้วสิ่งมีชีวิตต้องมีปัจจัยเครื่องอาศัย ถ้ามีปัจจัยเครื่องอาศัยแสวงหาสิ่งนั้นมาเพื่อดำรงชีวิตนั้น ดำรงชีวิตนั้น
แต่เวลาคนเกิดมา คนเกิดมาบางคน เห็นไหม เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองมา เกิดมามีแต่คนดูแลรักษาอย่างดี เวลาคนเกิดมาคนทุกข์คนยาก เวลาคนเกิดมา เกิดมาแล้วอาการไม่ครบ ๓๒ ไหนว่าเกิดมาเป็นญาติกันโดยธรรมไง ความเสมอภาคๆ ทำไมมันเสมอภาคล่ะ มันไม่เสมอภาคเพราะว่ากรรมคือการกระทำ กรรมคือการกระทำ มันมีกรรมดีกรรมชั่วมาไง
ถ้ามีกรรมดีกรรมชั่ว เวลาสิทธิเสรีภาพต้องมีความเสมอภาค เวลาความเสมอภาคมันก็ขีดเส้นให้เสมอภาคกัน มันเสมอภาคกันได้อย่างไร นิ้วคนไม่เท่ากัน คนเราทำมาไม่เท่ากัน เวลาคนเกิดมาไม่เท่ากัน แล้วคนเกิดมา เห็นไหม เกิดมาแล้วคาบช้อนเงินช้อนทองมา เขาก็มีความสุขมีความสงบในชีวิตของเขา เวลาคนเกิดมา เกิดมาทุกข์ทนเข็ญใจ
เวลาคนจิตใจที่ยิ่งใหญ่ ดูสิ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดมา “เราจะเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย” เวลาเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายเพราะอะไร เพราะท่านสร้างสมบุญญาธิการของท่านมา จิตใจท่านยิ่งใหญ่ไง จิตใจท่านไม่เห็นสิ่งใดเลย ท่านเกิดมาจะมาละภพละชาติไง เกิดจะมาทิ้งสังขารชาตินี้ชาติสุดท้ายไง ท่านเกิดมาด้วยอำนาจวาสนาของท่าน ท่านเกิดมาท่านบอก “ท่านจะเกิดชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย”
แต่เวลาเราเกิดมา ถ้าเราเกิดมาแล้วเราทุกข์จนเข็ญใจ เรามีแต่ความทุกข์ในหัวใจนะ อู๋ย! ตีโพยตีพาย ไม่เสมอภาค ไม่เป็นธรรม แล้วเอ็งทำอะไรมา เอ็งทำอะไรมาล่ะ ก็เอ็งทำมาอย่างนั้นน่ะ ที่เขาประสบความสำเร็จของเขาเพราะเขาทำของเขามา เขาทำของเขา จิตใจเขายิ่งใหญ่ จิตใจเขายิ่งใหญ่เขาเห็นสิ่งใดนะเขาเห็นเป็นธรรมไง เห็นเป็นธรรม เห็นสังคมที่สูงๆ ต่ำๆ เขาจะช่วยเหลือเจือจาน ใครที่เพลี่ยงพล้ำจะเข้าไปช่วยเกื้อกูลดูแล เพราะจิตใจเขายิ่งใหญ่ คนที่มีบารมี มีบารมีคือเขามีน้ำใจต่อคนอื่นไง คนที่ไม่มีน้ำใจต่อคนอื่น แล้วก็ตีโพยตีพายมันทุกข์มันยาก มันไม่เสมอภาค แล้วเอ็งทำอะไรมา
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอก ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว การกระทำมา เวลาเกิดมา เกิดมาเป็นมนุษย์เหมือนกัน เกิดเป็นมนุษย์เหมือนกัน เกิดมาด้วยอำนาจวาสนาเหมือนกันนะ สิ่งที่มีชีวิตมีคุณค่ามาก มีคุณค่ามากไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรม เสวยวิมุตติสุข สุขมาก สุขมาก ระลึกถึงบุญถึงคุณนะ เวลาจะเผยแผ่ธรรมๆ เห็นไหม จะสอนใครได้หนอ เพราะคนมันรู้ได้ยาก มันเส้นผมบังภูเขา
การศึกษา การศึกษาส่งออกไปมันศึกษาไปทั้งหมดแหละ แต่การศึกษานั้นเขาศึกษาให้ปฏิบัติมันย้อนกลับไง พอย้อนกลับเส้นผมบังภูเขาสำนึกตนได้ ความเห็นได้ แล้วจะบอกใครได้ จะบอกใครได้ เวลาสอนเขาเขาก็จะตักตวงเป็นความรู้ เป็นความรู้ เป็นความรู้ ความรู้ของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ความรู้ของเขา จะสอนใครได้หนอ เวลาจะระลึกถึงใช่ไหม จะสอนอาฬารดาบส เพราะว่าได้ไปเรียนกับเขามา เขาได้สมาบัติ ๖ สมาบัติ ๘ ไง อ๋อ! เขาตายไปแล้ว เพิ่งตายไปเมื่อวานนี้ นี่ไง คนตายๆ เวลาคนตายไปแล้วจะไปสอนอย่างไรล่ะ
เวลาสอนอย่างไรนะ แต่ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เห็นไหม เวลาไปสอนโปรดพระมารดา ไปสอนเทวดา อินทร์ พรหม เทศนาเทวดา อินทร์ พรหม ก็ไปสอนได้ไง อันนี้สอนในสถานะของมนุษย์ไง เวลาจะเทศน์สอนมนุษย์ มนุษย์ด้วยกัน เห็นไหม บอกว่าคนตายไปแล้วจะไปสั่งสอนใครล่ะ แต่เวลาระลึกต่อไปก็เป็นปัญจวัคคีย์ เวลาไปสอนปัญจวัคคีย์ เทศน์ธรรมจักรขึ้นมา พระอัญญาโกณฑัญญะมีดวงตาเห็นธรรมองค์เดียว
ปัญจวัคคีย์ ๕ องค์ แต่คนที่จะรู้ รู้แค่อัญญาโกณฑัญญะองค์เดียว อีก ๔ องค์ทำไมรู้ไม่เท่ากันล่ะ อย่างนี้ก็ไม่เสมอภาคน่ะสิ อย่างนี้ก็ไม่เสมอภาค พระพุทธเจ้าลำเอียง ก็เทศน์ธรรมจักรเหมือนกัน ฟังเหมือนกัน ๕ คน ทำไมคนหนึ่งรู้ อีก ๔ คนไม่รู้ล่ะ ก็เทศน์เหมือนกัน ก็นั่งอยู่ด้วยกัน แล้วอุปัฏฐากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามา ๖ ปีเหมือนกัน แล้วบอกว่าไม่เสมอภาค ใครไม่เสมอภาค ก็เอ็งทำมา เอ็งโง่ แต่สุดท้ายแล้วปัญจัคคีย์ก็เป็นพระอรหันต์ทั้งหมดนะ เป็นพระอรหันต์หมดเพราะเทศนาว่าการต่อไป นี่อำนาจวาสนาของคนไง
พูดถึงว่า ถ้าคนตายไปแล้วมันหมดโอกาส ถ้าสิ่งที่มีชีวิตมีคุณค่า ถ้ามีคุณค่าเราแก้ไขดัดแปลงเราได้ จิตใจที่มันตีโพยตีพายในหัวใจมันแก้ไขได้ ถ้ามันแก้ไขได้ แก้ไขด้วยศีล ด้วยสมาธิ ด้วยปัญญา แต่การแก้ไขได้ก็แก้ไขด้วยเวรด้วยกรรมเหมือนกัน ถ้ามีเวรมีกรรมขึ้นมันหนา มันหยาบมันไม่รู้เรื่องหรอก ตอกย้ำอย่างไรก็ไม่รู้
ดูสิ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการ เห็นไหม เวลาเทศนาว่าการพระสารีบุตร เห็นไหม ไม่ได้เทศน์สั่งสอนพระสารีบุตรต่างหาก พระสารีบุตรยืนถวายพัดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ไง เวลาหลานมาต่อว่า ไม่พอใจสิ่งต่างๆ ไม่พอใจทั้งสิ้น ไม่พอใจเพราะเอาตระกูลของพระสารีบุตรมาบวชหมดเลย แล้วเป็นพระอรหันต์หมดเลย
เวลามันไม่พอใจ ไม่พอใจทั้งสิ้น เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศนาว่าการ ถ้าเธอไม่พอใจสิ่งต่างๆ เธอต้องไม่พอใจอารมณ์ความรู้สึกของเธอด้วย พระพุทธเจ้าเป็นธรรมไหม ถ้าเธอไม่พอใจอะไรเลย
ไอ้เราไม่พอใจเขา เราต่อว่าเขา เราทำลายเขา ไอ้ที่ต่อว่าทำลายเขามันก็เป็นวัตถุอันหนึ่ง เป็นอารมณ์อันหนึ่ง อารมณ์ที่พระอรหันต์เห็นว่าเป็นวัตถุไง อารมณ์พระอรหันต์เห็นว่ามันเป็นข้อเท็จจริงที่จับต้องได้ไง แต่ไอ้คนที่ตีโพยตีพายมันไม่เห็นนะ มันไม่พอใจว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาตระกูลของพระสารีบุตรทั้งหมดมาบวช มันไม่พอใจตรงนั้น แต่มันไม่พอใจอารมณ์ที่มันไปต่อว่าเขาน่ะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า “ถ้าเธอไม่พอใจสิ่งต่างๆ เธอต้องไม่พอใจอารมณ์ความรู้สึกของเธอด้วย เพราะอารมณ์ความรู้สึกก็เป็นวัตถุอันหนึ่ง”พระสารีบุตรยืนถวายการพัดอยู่เบื้องหลังองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยธรรมะข้อนี้นะ พระสารีบุตรปิ๊งเป็นพระอรหันต์เลย เป็นพระอรหันต์ขึ้นมา
สิ่งที่เป็นพระอรหันต์ นี่ไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนคนอื่น แต่คนที่มีปัญญาเขาเก็บผลประโยชน์ได้ทั้งนั้น สิ่งที่เป็นธรรมๆ มันเป็นประโยชน์กับเราทั้งนั้น ไอ้นี่เจาะจงไปแล้วมันยังบอกว่าไม่ได้ว่าผม ว่าคนอื่น ว่าทางนู้น ว่าทางนู้น ฉันจะเป็นเทวดา
เวลาคนมันหยาบมันหยาบอย่างนี้ มันหยาบ หยาบหนาจนไม่รู้สำนึกตน ไม่รู้จักตน ไม่รู้จักเลย นี่ไง เราก็ตีโพยตีพายไป เห็นไหม เวลากรรมมันบังตา คนหยาบ คนหนา นี่ไง กรรมจำแนกสัตว์ให้เกิดต่างๆ กัน ถ้าสันดานการกระทำอย่างนี้มา ถ้าจิตใจมันดื้อด้านอย่างนี้ไง นั่นน่ะกรรมของเขา กรรมของเขา เวลากรรมของเขามันก็เป็นเหตุผลของเขา
แต่ถ้าเป็นกรรมดี เห็นไหม กรรมดีเขาเกิดมามันมีช้อนเงินช้อนทอง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกิดมา เวลาผู้ที่ดูแลอยู่ นางสนมกำนัลเอาแต่สาวๆ ทั้งนั้นนะ แก่ๆ คัดออก เพราะต้องการให้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นจักรพรรดิ จะไม่ให้เห็นอะไรสิ่งใดที่เกี่ยวกับการเป็นอนิจจัง เกี่ยวกับที่แปรสภาพเลย ให้ว่ามันจะมีความสุข ประกันเลยว่าอยู่จะต้องสุดยอดๆ คัดเอาแต่ส่วนยอดๆ เลย
แต่ด้วยบุญกุศลนะ เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวลานางกำนัลเขาฟ้อนรำอยู่ ท่านก็หลับไป เวลาตื่นขึ้นมามันนอนกันกลาดเกลื่อน น้ำลายไหลตามปาก ซอกปาก มองไปเห็นซากอสุภะเหมือนซากศพ สะเทือนใจ สะเทือนใจ ด้วยบุญด้วยกุศลนะ เวลามองไปแล้วเห็นสิ นางกำนัลฟ้อนรำมีแต่สวยงามทั้งนั้น รื่นเริงไปทั้งนั้น แต่เจ้าชายสิทธัตถะพอเห็นสภาพแบบนั้นแล้วนะ เหมือนกับซากศพ สวยๆ ทั้งนั้นนอนหลับนอนก่ายกันน้ำลายไหล มองเห็นมันสะเทือนใจๆ หมด มันเดือดร้อน ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่เดือดร้อนหนอ มันต้องหาทางออก หาทางออก
คนที่เขาสร้างมา เขาสร้างบุญกุศลมา ขนาดพระเจ้าสุทโธทนะพยายามทุกวิถีทางนะ จะเอาไว้ให้เป็นพระจักรพรรดิ เอาไว้ให้เป็นจักรพรรดิไง แต่สุดท้ายด้วยบุญกุศลของท่าน เห็นไหม ไปเห็นต่างๆ แล้วยมทูตมาทำให้เห็น เห็นคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย เราก็ต้องเป็นเช่นนั้นหรือ เราเป็นเช่นนั้นหรือ
นี่ก็เหมือนกัน ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนทุกวัน ไปเผาศพทุกวัน เวียน ๓ รอบทุกวัน แต่ไม่ระลึกถึงวันตายเลย มันยังจะหาความมั่นคงของชีวิต มั่นคงในชีวิต ถ้ามั่นคงในชีวิตมันต้องมั่นคงด้วยการมีศีล มีธรรม ถ้ามีศีล มีธรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่โคนไม้มีความสุข มีความสุข
กษัตริย์ในสมัยพุทธกาลมาบวชแล้วสุขหนอ สุขหนอ สุขหนอเพราะว่าเขาบวชแล้ว เขาประพฤติปฏิบัติแล้วเขาสิ้นสุดแห่งทุกข์ เขาเป็นพระอรหันต์แล้ว แต่ถ้าไม่เป็นพระอรหันต์ไม่สุขหนอหรอก เพราะเวลาคนปฏิบัติมันรู้ อยู่โคนไม้ ตากแดดตากฝน เอาความสุขมาจากไหน ความสุขมันต้องอยู่ที่รื่นรมย์ใช่ไหม แต่เวลาเราจะดัดแปลงกิเลสของเราไง
เวลาผู้ที่ประพฤติปฏิบัติไปหาครูบาอาจารย์ ชี้กิเลสผมทีสิ ชี้มากิเลสผมจะฆ่ามันเลย จะฆ่ามันเลย กิเลสเอ็งยังไม่เห็นเลย แล้วใครจะไปเห็นให้ได้ล่ะ ขี้นกบนหัวคนอื่นชี้ไปหมดเลย ไอ้นู่นก็ผิด ไอ้นี่ก็ผิด แต่ขี้นกบนหัวเราเต็มหัวเลย กลิ่นหอม แหม! น่ารื่นรมย์ นี่ไง ชี้สิ ชี้สิ ใครจะมาชี้ล่ะ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกไว้ เราบอกถึงวิธีการให้เอง พวกเธอต้องประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เวลาไปหาครูบาอาจารย์ ชี้มาสิกิเลสอยู่ไหน กิเลสอยู่ไหน เวลากิเลสอยู่ไหน เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เวลามันหิวมันกระหาย เวลามันทุกข์มันยาก เวลามันทุกข์มันยาก องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนพวกเรานะ เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร เราจะไม่จองเวรจองกรรมกับใครทั้งสิ้น
การจองเวรจองกรรมเขานั่นน่ะ นั่นคือการสร้างเวรสร้างกรรม เพราะเราจองเวรแล้วกรรมคือการกระทำ กรรมดี กรรมชั่ว ถ้าเราทำแต่กรรมชั่ว เราจองเวรจองกรรมเขาไปไม่จบไม่สิ้น สิ่งใดที่กระทบกระเทือนแล้ว มันมีสิ่งใดนะ เราด้วยสติด้วยปัญญา แพ้เป็นพระ คำว่า “แพ้เป็นพระ” คือมีสติปัญญา อ้อ! เราเคยทำเขาไว้ มันมีสิ่งใดกระทบกระเทือนมานะ ระงับซะ อโหสิกรรมไว้ ให้อภัยเขาไป เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร เราไม่จองเวรจองกรรมใครด้วยสติด้วยปัญญา ไม่ใช่ไม่จองเวรจองกรรมด้วยความยอมจำนน
เราไม่จองเวรจองกรรม ด้วยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนเราไว้ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ สัจธรรมอันนั้นสอนเรา แล้วเราพยายามฝึกหัดๆ ให้หัวใจมันเข้มแข็งขึ้นมา มีสิ่งใดที่กระทบกระเทือนเราวางไว้ๆ เราไม่จองเวรจองกรรมใครทั้งสิ้น การไม่จองเวรจองกรรมทั้งสิ้นให้อโหสิกรรม อโหสิกรรมแล้วด้วยหัวใจที่ประเสริฐ หัวใจที่เป็นพระ ไม่ใช่ว่าอาฆาตมาดร้ายใครทั้งสิ้น เราระงับด้วยการไม่จองเวรจองกรรมเขา
สิ่งที่ให้เราไม่สร้างเวรสร้างกรรม ไม่สร้างเวรสร้างกรรมขึ้นมา เราจะพัฒนาหัวใจของเราขึ้นมาไง แพ้เป็นพระ แพ้เป็นพระ ไม่ใช่แพ้ด้วยความยอมจำนนไง แพ้ด้วยสติด้วยปัญญานะ ถ้ามีสติปัญญาขึ้นมา นี่ไง ถ้าชีวิต เห็นไหม ชีวิตมันจะพัฒนามันพัฒนาอย่างนี้ ถ้าชีวิตมันพัฒนาขึ้นมา ความสุขๆ ความสุขเกิดจากที่ไหน ความสุขเกิดจากหัวใจของเรานี่ไง ความสุขเกิดจากความสงบของหัวใจ ไม่ใช่ความสุขทางโลก สุขด้วยอามิส เราต้องเที่ยวรอบโลก เราจองจะไปเที่ยวอวกาศกันแล้ว เพื่อจะเห็นความมหัศจรรย์ไง เดี๋ยวเอ็งตายไปเป็นเทวดาไปอยู่บนทิพย์นู่น ดีกว่านั้นอีก
สิ่งที่เป็นธรรมๆ เห็นไหม สิ่งที่เป็นธรรมเราประพฤติปฏิบัติของเรา เราฝึกหัดของเราขึ้นมาให้หัวใจมันเติบโตขึ้นมาไง สิ่งที่มันฝังใจ นั่นน่ะกิเลสตัณหาความทะยานอยาก มันถึงได้ปิดหูปิดตาไง ถ้ามันไม่ปิดหูปิดตาขึ้นมานะ ใจเป็นธรรมๆ ถ้าใจเป็นธรรมแล้วพอจะมาประพฤติปฏิบัติขึ้นมามันก็มีโอกาสไง คนที่จิตหนาดื้อด้านแล้วคุยว่าภาวนาเป็น ไร้สาระ ภาวนาเป็นจิตใจมันต้องอ่อนโยน นุ่มนวล ทำความสงบของใจ ใจสงบแล้วควรแก่การงาน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงจะเทศน์อริยสัจ
องค์สมด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเผยแผ่ธรรมนะ ท่านพูดอนุปุพพิกถาเท่านั้นแหละ เพราะให้เขารู้จักเสียสละ การเสียสละทำให้สังคมร่มเย็นเป็นสุข การให้อภัยต่อกันทำให้ครอบครัวอบอุ่น การมีน้ำใจต่อกันทำให้สังคมรื่นรมย์ สังคมน่าประพฤติปฏิบัตินะ พอหัวใจที่เขาพร้อมที่จะฟังอริยสัจ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงจะเทศน์เรื่องอริยสัจ พอเทศน์เรื่องอริยสัจขึ้นไปนะ สิ่งที่จะเทศน์อริยสัจ ศีล สมาธิ ปัญญา สิ่งที่เป็นความสมดุลของมัน
แล้วเวลาประพฤติปฏิบัติ เวลาทำความสงบใจเข้ามา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ให้กระทบกระเทือน ไม่ให้สร้างเวรสร้างกรรมนะ เวรกรรมที่มันมีแล้วขอให้มันระงับ เวรกรรมที่มีแล้วขอให้มันหมดไป
แต่เวลาจะประพฤติปฏิบัติขึ้นมาตามความเป็นจริงขึ้นมา สิ่งที่จะประพฤติปฏิบัติตามความเป็นจริงขึ้นมา ถ้าหัวใจมันสงบระงับเข้ามา ถ้าหัวใจมันสงบระงับเข้ามามันค้นคว้าหาสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง ถ้ามันพิจารณาของมันตามความเป็นจริง การชำระล้างกิเลส การฆ่า การทำลายกิเลส องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายกย่องสรรเสริญ เวลาเราจะเบียดเบียนกัน เราทำร้ายกันนะ ด้วยการสร้างเวรสร้างกรรม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าห้าม ห้าม ห้าม เวลาการฆ่ากิเลส การฆ่ากิเลส องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสรรเสริญการฆ่ากิเลส
เวลาหลวงตาท่านสอน ท่านเทศน์สอน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าในกิเลสของหัวใจมนุษย์ เวลาท่านแผดเสียง ท่านบอกท่านไม่ได้เคยว่าใครเลย ท่านชี้หน้ากิเลส เวลาชี้หน้ากิเลสนะ เวลาเราประพฤติปฏิบัติขึ้นมาเราจะฟันหัวกิเลส ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามันต้องฟาดไปบนหัวของกิเลสสิ มันอย่าไปฟาดคนอื่น อย่าไปทำลายคนอื่น อย่าส่งออกไปเพื่อยกก้นของตัวเอง อย่ายกฐานะ ตัวเองว่ารู้ว่าเก่ง กิเลสในตัวนั่นแหละทำของมันให้ได้